พังผืดส้นเท้าอักเสบ (หมอชาวบ้าน)
สารานุกรมทันโรค นพ.สุรเกียรติ อาซานานุภาพ
พังผืด ส้นเท้าอักเสบ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการปวดส้นเท้า มีอาการที่เป็นลักษณะเฉพาะคือ รู้สึกปวดส้นเท้าใน 2-3 ก้าวแรกที่ลุกขึ้นเดินหลังตื่นนอนตอนเช้า และหลังจากเดินต่อไป 2-3 นาทีก็จะทุเลาไปเอง โรคนี้อาจเป็นเรื้อรัง แต่ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด
ชื่อภาษาไทย : พังผืดส้นเท้าอักเสบ
ชื่อภาษาอังกฤษ : Plantar fasciitis
สาเหตุ
พังผืดที่ส้นเท้าทำหน้าที่คล้ายตัวกันกระแทกของกระดู กเท้า ถ้าหากมีแรงกดดันต่อพังผืดนาน ๆ หรือซ้ำ ๆ ก็ทำให้เกิดการอักเสบได้
แรงกดดัน อาจเกิดจากการมีน้ำหนักถ่วง (เช่น คนอ้วน ยกของหนัก) หรือเกิดจากการวิ่ง เต้นรำ เดินขึ้นบันได หรือยืนนาน ๆ
นอกจากนี้ อาจมีสาเหตุอื่น ๆ เช่น กล้ามเนื้อน่อง หรือเอ็นร้อยหวายขาดความยืดหยุ่น โครงสร้างเท้าผิดปกติ (ส้นเท้าแบน หรือมีความโค้งสูง) ใช้รองเท้าที่ไม่เหมาะ (เช่น พื้นรองเท้าบาง ส้นสูง ส้นแข็ง ขาดความยืดหยุ่น)
โรคนี้ยังพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน (ซึ่งอธิบายสาเหตุไม่ได้) และโรคข้ออักเสบ เช่น โรคปวดข้อรูมาตอยด์
อาการ
การแยกโรค
อาการปวดบริเวณส้นเท้าอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น
การวินิจฉัย
แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการแสดงเป็นหลัก ได้แก่ อาการปวดส้นเท้า 2-3 ก้าวแรกที่เดินหลังตื่นนอนตอนเช้า โดยไม่มีบวมแดงร้อนที่ส้นเท้า
ในรายที่เป็นเรื้อรังหรือปวดรุนแรง แพทย์จะทำการเอกซเรย์หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจน
การดูแลตนเอง
ถ้ามีอาการปวดส้นเท้า โดยไม่มีอาการข้ออักเสบ หรือข้อบวมแดงร้อน ควรปฏิบัติตัวดังนี้
ควร พบแพทย์ ถ้าไม่ทุเลาภายใน 2 สัปดาห์หรือปวดรุนแรง มีอาการบวมแดงร้อนที่ข้อเท้า หรือโครงสร้างเท้าผิดปกติ เช่น ส้นเท้าแบนหรือมีความโค้งสูง
การรักษา
นอกจากแนะนำข้อปฏิบัติตัว (ดังกล่าวไว้ในหัวข้อ "การดูแลตนเอง") แล้ว แพทย์อาจให้กินยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์ (เช่น ไอบูโพรเฟน) และอาจต้องให้ยาป้องกันโรคกระเพาะ (เช่น ยาเม็ดโอเมพราโซล) กินร่วมด้วย ถ้าได้ผลอาจต้องให้นาน 6-8 สัปดาห์ หากไม่ได้ผลอาจต้องใช้ยาสตีรอยด์ฉีดเข้าพังผืดส้นเท้ า
ภาวะแทรกซ้อน
ไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง นอกจากอาการปวดเรื้อรัง ทำให้รู้สึกรำคาญหรือทรมาน
การดำเนินโรค
ส่วนมากจะเป็นอยู่นาน 2-3 เดือน ก็ทุเลาไปเอง บางรายอาจเป็น ๆ หาย ๆ หรือเป็นเรื้อรังอยู่เรื่อย ๆ
การป้องกันโรค
โรคนี้อาจป้องกันได้ด้วยการปฏิบัติตัวดังนี้
ความชุก
โรคนี้เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการปวดส้นเท้า พบได้บ่อยขึ้นตามอายุที่มากขึ้น มักพบในคนอ้วน นักกีฬา ผู้ที่ทำงานหนักหรือสวมใส่รองเท้าไม่เหมาะสม
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น