วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ฮูลาฮูป...ทางเลือกที่เหมาะกับคุณ (...จริงหรือ?)

|0 ความคิดเห็น
ฮูลาฮูป...ทางเลือกที่เหมาะกับคุณ (...จริงหรือ?)



การออกกำลังกายเปรียบได้กับยาสารพัดประโยชน์ ปัจจุบันกระแสการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมา แรง ใครไม่รู้จัก”ฮูลาฮูป”อาจ เรียกว่า“เชย”ก็ได้ “ฮูลาฮูป” เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายกึ่งเครื่องเล่นชนิดหนึ่งที่ ปัจจุบันคนไทยสนใจมากทั้งวัยเด็ก ผู้ใหญ่ วัยชรา ในฟิตเนส ชุมชนคนเมือง และในชนบท เป็นกีฬาเชิงสังคมที่ สร้างความสนุกสนานแก่ผู้เลน่ และช่วยสร้างกระแสออกกำลังกาย เพราะภาพลักษณ์ที่เห็นทำให้ผู้คนชื่นชอบ และอยากเล่น“ฮูลาฮูป”สามารถครองตลาดการออกกำลังกายใน หลายชุมชนทั่วประเทศส่ง ผลให้มียอดจำหน่าย สูง ซึ่งจำนวนผู้เล่นฮูลาฮูปมากขึ้นหมายถึงจำนวนคนออกกำล ังกายมากขึ้นเช่นกัน มีการเผยแพร่ขยายผลอย่าง รวดเร็วไปทุกชุมชน/ทุกองค์กร
ผู้ รู้หลายท่านบอกประโยชน์และข้อควรปฏิบัติให้ทราบแจ้งใ ห้ผู้ซื้อทราบ แต่บอก ว่าเล่นได้ทุกวัยสามารถช่วยลดความอ้วนลดรอบเอวได้ ให้ประโยชน์มากมาย แต่ไม่ได้บอกความเสี่ยงและข้อ ควรระวัง ในฐานะนักเวชศาสตร์การกีฬาและนักวิชาการสาธารณสุข ผู้เขียนขอนำเสนอข้อเท็จจริงในอีกมุมหนึ่ง ของการเล่นฮูลาฮูปที่ผู้รู้กล่าวถึงค่อนข้างน้อยแต่ส ำคัญมากต่อสุขภาพผู้ เล่น จึงอยากให้ข้อมูลแก่ประชาชนให้ ครอบคลุมหลากหลายด้าน ไม่ใช่ต้านกระแสฮูลาฮูป แต่ส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพจริงๆ
ประโยชน์ของการเล่นฮูลาฮูป
การเล่นฮูลาฮูป เป็นกีฬาสังคมประเภทหนึ่งที่สร้างความสนุกสนาน เล่นได้ทั้งเป็นกลุ่มและรายบุคคล เป็นกิจกรรมทางกายที่เหมาะสำหรับกลุ่มวัยเด็ก วัยเรียน วัยรุ่น และวัยทำงานตอนต้น ใช้เป็นกิจกรรมออก กำลังกาย กิจกรรมนันทนาการ มีประโยชน์มากมายได้แก่ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย จากการที่กล้ามเนื้อ มัดใหญ่ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพิ่มสมรรถนะทางด้านแอโรบิก โดยทำให้หัวใจมีความแข็งแรง อดทน และส่งผล ให้ความดันเลือดปรับลดต่ำลงถ้าฝึกในระยะยาว เสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหน้าท้ อง กล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง สะโพก และขา ส่งเสริมทักษะความแคล่วคล่องว่องไวการเคลื่อนไหวร่าง กาย การทรง ตัวและการเคลื่อนไหวที่มั่นคง ช่วยกระตุ้นระบบประสาทการสั่งงานของเซลประสาท และประสานความสัมพันธ์ ระหว่างระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซล ช่วยพัฒนาและแก้ไขปัญหาบุคลิกภาพ รูปร่าง ทรวดทรง โดยเฉพาะรอบเอวให้กระชับ ฮูลาฮูปให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ขณะเดียวฮูลาฮูปก็อาจ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ ถ้าผู้เล่นไม่มีทักษะการเล่นเพียงพอหรือมีปัญหาสุขภา พ ผู้เล่นที่มีความเสี่ยงหรือ มีปัญหาสุขภาพควรรับทราบผลต่อร่างกายจากการเล่นฮูลาฮ ูป เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดได้
วิเคราะห์ทางสรีรวิทยาการออกกำลังกาย
ผลต่อระบบหัวใจและไหลเวียนเลือด เป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก กล้ามเนื้อหดเกร็ง ตัวอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาระบบหัวใจและไหลเวียนเลือด ถ้าออกกำลังกายประมาณ 15-30 นาที จะมีผลต่อการคงสภาพสมรรถภาพระบบหัวใจและไหลเวียนเลือ ด จากการศึกษาของ American Council on exercise พบว่าการเล่นฮูล่าฮูปนาน 30 นาที สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 200 แคลอรี ถ้าเล่นอย่าง ต่อเนื่องสามารถเพิ่มสมรรถภาพของร่างกายได้ แต่ที่ควรระวังเมื่อคือเมื่อมีการเกร็งกล้ามเนื้ออย่ างต่อเนื่อง นานๆจะทำให้หัวใจต้องทำงานเพิ่มขึ้นพร้อมๆกับการเพิ่ มของความดันเลือดเกือบ ทันที จึงอาจเป็นอันตรายต่อผู้ มีภาวะความดันโลหิตสูงได้
ผลต่อกล้ามเนื้อ การทำงานของกล้ามเนื้อขณะเล่นฮูลาฮูป มีการหดเกร็งตัวเป็นในลักษณะออกแรง หมุนและเกร็งเต็มที่ในระยะมุมการเคลื่อนไหวในช่วงสั้ นๆเป็นการทำงานแบบไอโซ เมตริก (Isometric Exercise) หมายถึงการออกกำลังกายแบบมีการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื ้อชนิดที่ความยาว ของกล้ามเนื้อคงที่ แต่มีการเกร็ง หรือตึงตัว (Tension) ของกล้ามเนื้อเพื่อต้านกับแรงต้านทาน มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อท้อง บริเวณลำตัว สะโพก ขา จากการทำงานของกล้ามเนื้อแบบหดเกร็งตัวนี้ มีผลต่อการเพิ่มเพิ่มใยกล้ามเนื้อ เพิ่ม ขนาดกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและกระชับ
ผลต่อข้อเข่า ขณะหมุนเหวี่ยงฮูลาฮูป อวัยวะต่างๆมีการเคลื่อนไหวมากหรือน้อยตามทักษะของผู ้ เล่น เช่น เดิน ยกแขน เหวียงแขน ส่วนข้อเข่าจะบิดหมุนเป็นวงกลมหรือวงรีและมีแรงกระทำ ต่อข้อเข่า ทำให้ข้อ ต่อต่างๆแข็งแรงยืดหยุ่นดี ในผู้เล่นที่มีทักษะน้อยหรือเล่นไม่เก่งจะมีแรงบิดหม ุนกระทำต่อข่อเข่า แต่ถ้าผู้เล่นมี ทักษะมากหรือเล่นเก่งก็จะมีแรงกระทำต่อข้อเข่าน้อย ผู้เล่นที่อยู่ในวัยเสื่อมโดยเฉพาะข้อเข่าเสื่อม ถ้าทำ ต่อเนื่องนานๆอาจมีปัญหาข้อเข่าอักเสบหรือเข่าเสื่อม ได้ การเล่นฮูลาฮูปเพื่อหวังผลลดไขมันต้องใช้เวลา ต่อเนื่องนาน ท่านที่ฝึกใหม่ไม่มีทักษะอาจได้รับผลข้างเคียงจากการ บิดหมุนเอว-หมุนเข่ามาก เกินไป นานเกินไป แรงเกินไป ทำให้มีอาการปวดเข่าหรือปวดเอวตามมา
ผลต่อกระดูกสันหลัง ผู้เล่นที่สูงวัย ไม่ค่อยใส่ใจดูแลสุขภาพของกระดูกสันหลัง ใช้งานหลังมากแต่ ไม่ดูแลหลัง เมื่อหมุนห่วงทำให้มีการบิดหมุนเอวตลอดเวลา มีแรงกระแทกต่อกระดูกสันหลัง ถ้าหมอนรอง กระดูกมีสุขภาพดีจะมีความยืดหยุ่นแข็งแรง รองรับแรงกระแทกได้ดี ทำให้หมุนเอว ก้ม เงยได้ และถ้าหมุนเอว เป็นวงกลม ยิ่งวงกว้างยิ่งมีผลเสียต่อหมอนรองกระดูกสันหลัง ทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมเร็วขึ้น เคลื่อนไหวลำบาก อาจปวดหลัง หรือปวดร้าวสะโพก คอ ต้นขาได้
ข้อแนะนำ1. ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนและหลังการเล่นฮูลาฮูป
2. เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่เข่าและเอว จึงไม่ควรโยกหรือหมุนเข่าโดยรอบ และไม่ควรหมุนเอวเป็นวงกว้าง ควรหมุนฮูลาฮูปด้วยกล้ามเนื้อรอบเอวหรือให้รู้สึกว่า ใช้เอวในการควบคุมการ หมุนของฮูลาฮูป
3. ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บหรือเคยได้รับบาดเจ็บที่เข่าเอว หรือสะโพก ผู้สูงอายุที่มีสภาพร่างกายเสื่อมถอยและ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ
4. ควรใช้การฝึกความแข็งแรง อดทน ของกล้ามเนื้อรอบเอวด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
5. การหมุนหรือส่ายฮูลาฮูป อาจไม่เพียงพอต่อการเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจและปอด ควรเพิ่มการออกกำลังกายวิธีอื่นร่วมด้วย
6. ถ้าเล่นแล้วรู้สึกเคล็ด-เจ็บ-ปวดตามข้อ หรือรู้สึกไม่สบาย ขอให้หยุดเล่นและปรึกษาแพทย์
ข้อควรระวังกลุ่มวัยทำงานตอนปลายและผู้สูงอายุที่ไม่ได้ออกกำลัง กายเป็นประจำ มีปัญหาสุขภาพและมีความ เสื่อมตามวัย ไม่แนะนำให้เล่นฮูลาฮูป เพราะเสี่ยงต่อสุขภาพและการบาดเจ็บสูงกว่าคนทั่วไป ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรคความดันเลือดสูง ไม่ควรออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ เพราะเมื่อมีการเกร็งกล้ามเนื้อขณะออกกำลังกาย จะ ทำให้หัวใจต้องทำงานเพิ่มขึ้นและเพิ่มแรงดันภายในหลอ ดเลือดได้
นอกจากนี้ มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญดังนี้

รศ.นพ.ชาญวิทย์ โคธีรานุรักษ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรเวชศาสตร์การกีฬา
ในฐานะแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยา ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความรู้และให้ คำแนะนำว่า “ การออกกำลังกายด้วยห่วงยางฮูลาฮูปที่กำลังเป็นที่นิย มอยู ? ขณะนี้เปน็ การออกกำลังกายที่ดี มาก เพราะอุปกรณ์หาได้ง่าย ออกกำลังกายได้ทุกสถานที่ ได้ประโยชน์ด้านสรีรวิทยา ทำให้สรีรดีขึ้น หัวใจ แข็งแรงขึ้น กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น และมีการจัดสมดุลกล้ามเนื้อส่วนกลางลำตัวให้ดีขึ้น ทำให้ป้องกันโรคต่างๆได้ หลายอย่าง เช่น กลุ่มโรค metabolic โรคหัวใจ โรคปวดหลัง แต่มีข้อควรระวัง สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่ แล้ว หรือผู้ที่เป็นโรคปวดหลังเรื้อรัง โรคปวดเข่า ควรจะเลือกใช้การออกกำลังกายวิธีอื่นก่อน เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่มีความรุนแรงน้อยกว่า เพราะการเล่นฮูลาฮูป เป็นการออกกำลังกาย ที่มีโอกาสจัดว่ารุนแรงเพราะความสนุกและสิ่งเร้าจากเ พื่อนๆพาไป จนอาจก่ออันตราย จากการเล่นในกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพดังกล่าว ทางที่ดีควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดา้ นการออกกำลังกาย, แพทย์ ,นักกายภาพ,พยาบาล ก่อน และเลือกใช้ห่วงที่เบาๆก่อน น่าจะเป็นคำแนะนำที่ดีที่สุดครับ ”
รศ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันท์ ประธานหลักสูตรเวชศาสตร์การกีฬา ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเวช ศาสตร์การกีฬา และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ภาควิชาศัลยศาสตร์ ออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝากเตือนบรรดา “ฮูปเลิฟเวอร์” ทั้งหลายว่า การเล่นฮูลาฮูปเป็นตัวเลือกที่ดีในการ ออกกำลังกายตัวเลือกหนึ่ง แต่ ก็มีข้อพึงระวังด้วยเช่นกัน ลักษณะการเล่นฮูลาฮูป คือ การเอาห่วงไปวางตาม จุดต่างๆ เช่น เอว แขน คอ หรือขา แล้วออกแรงเหวี่ยง ทำให้ผิวหนังส่วนนั้นต้องเสียดสีกับห่วง หากเล่นนานๆ หรือเหวี่ยงแรงๆ อาจจะทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแพ้ อักเสบ หรือถึงขั้นไหม้ได้ ทางแก้ไขง่ายๆ ก็คือ อย่าเล่นกับเนื้อ เปล่าๆ อย่าถอดเสื้อเล่น ให้มีเสื้อผ้าปกปิดผิวหนังส่วนที่จะต้องเสียดสีกับห่ วงเสียชั้นหนึ่งก่อน” อีก ประการหนึ่ง คือ ผู้ที่มีข้อจำกัดทางกายภาพและพยาธิสภาพในการเล่นฮูลา ฮูป นั่นก็คือ ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ส่วนหลัง และผู้ที่เคยบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง “ ฮูลาฮูปต้องอาศัยแรงเหวี่ยงจากเอว ดังนั้น ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บ หรือปวดเรื้อรังที่หลังไม่ควรเลือกออกกำลังกายด้วยวิ ธีนี้ แล้วก็ผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูก สันหลัง ควรเลี่ยงไปเล่นกีฬาประเภทอื่นที่กระทบกระแทกน้อย ”
ผศ.ดร.รุ่งชัย ชวนไชยกูล อาจารย์ประจำวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การออกกำลังกายด้วยฮูลาฮูบ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ถือเป็นการออก กำลังกายเฉพาะส่วน และต้องใช้ความต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เอวเล็กลง เพราะเป็นการลดไขมันเฉพาะส่วน และ ทำให้เกิดความอ่อนตัวของเส้นเอ็นหากมีการเคลื่อนไหวท ุกวัน อย่างไรก็ตามกีฬาชนิดนี้ไม่เหมาะสำหรับคน สูงอายุที่มีประวัติปวดหลัง เพราะโดยปกติแล้วผู้ที่ปวดหลังเมื่อยืนอยู่ในท่าตรง จะทำให้เส้นประสาทจะถูกกด ทับ ซึ่งกีฬาฮูลาฮูบ จะต้องยืนในท่าตรงเป็นเวลานาน ทำให้เส้นประสาทถูกกดทับมากขึ้น ดังนั้นจึงควรออก กำลังกายด้วยการว่ายน้ำ ซึ่งเป็นท่าขนานกับพื้นและลดการกดทับของเส้นประสาท

สรุปว่า การเล่นฮูลาฮูปเป็นทางเลือกหนึ่งในการออกกำลังกายเพื ่อสุขภาพ เหมาะสมกับกลุ่มวัยเด็ก วัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงานตอนต้น สำหรับวัยทำงานตอนปลายและผู้สูงอายุที่สนใจและต้องกา รเล่น ไม่ควรเป็น ผู้มีปัญหาปวดเข่าและ ปวดหลังเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้รู้เพื่อเลือกวิธีออกกำลังกายท ี่เหมาะสม ฮูลาฮูป อาจเป็นทางเลือกในการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับบาง ท่าน แต่อาจมีความเสี่ยงสำหรับบางท่าน ท่าน ท่านที่ชื่นชอบการเล่นฮูลาฮูปขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ และข้อควรระวัง เพื่อการเล่นที่สนุกสนานและเป็น ผลดีต่อสุขภาพของท่านเอง ท่านที่มีความเสี่ยงขอให้ท่านค้นหาทางเลือกในการออกก ำลังกายที่เหมาะสมกับ สุขภาพของท่านจริงๆ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่สนใจการออก กำลังกายเพื่อสุขภาพ

องุ่น…เพื่อสุขภาพและความงาม

|0 ความคิดเห็น
องุ่น…เพื่อสุขภาพและความงาม



องุ่น ผลไม้แสนอร่อยที่หลายคนในครอบครัวชื่นชอบ ซึ่งนอกจากจะมีรสชาติดีและสามารถรับประทานได้ทั้งแบบ ผลสดและแห้งแล้ว คุณทราบไหมว่า องุ่นยังมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและความงามของเราด ้วย

ในผลองุ่นมีวิตามินและสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะที่เปลือกและเมล็ด อย่างที่เราเคยได้ยินถึงการสกัดน้ำมันจากเมล็ดองุ่นม าเป็นส่วนผสมในครีม บำรุงผิวหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ น้ำมันนี้ช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการจับตัวของก้อนเลือด และลดโคเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (ไขมันไม่ดี) จึงช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบเลือดและหัวใจได้ดี นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยลดริ้วรอยและทำให้ผิวหนั งมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ส่วนวิตามินต่างๆ ที่พบในองุ่นนั้นก็มีมากมายหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และเกลือแร่ชนิดต่างๆ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นได้เร็ว ส่วนหนึ่งเพราะน้ำตาลในองุ่นเป็น น้ำตาลที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย จึงช่วยเร่งการเผาผลาญในร่างกาย และกระตุ้นให้ตับทำหน้าที่ฟอกเลือดได้อย่างมีประสิทธ ิภาพ

มีผลจากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์แห่งเมืองนิวยอร์กพ บว่า ใน องุ่นจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า Polyphenols ซึ่งส่วนใหญ่เราจะสามารถบริโภคได้ในรูปของน้ำองุ่นหร ือไวน์แดง สาร Polyphenols นี้มีส่วนช่วยให้คนเรามีอายุสมองที่ยาวนานขึ้นและแข็ งแรง ทำให้สามารถทำงานและจดจำสิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดีถึงแ ม้จะอายุมากแล้วก็ตาม

ประโยชน์จากองุ่นนั้นไม่เพียงจะได้จากการรับประทานอง ุ่นสด องุ่นแห้ง หรือน้ำองุ่นคั้นสด 100% แล้ว ผลและน้ำองุ่นสดยังสามารถนำมาใช้บำรุงผิวหน้าและเส้น ผมได้ด้วย อย่างสูตรบำรุงผิวหน้าให้เปล่งปลั่งชุ่มชื้นแบบง่ายๆ โดยนำองุ่นแดงหรือม่วงทั้งเปลือก ? ถ้วย ผสมน้ำแตงกวาสด 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นรวมกันแล้วนำมาทาทั่วผิวหน้า (เว้นรอบดวงตา) ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้ว ล้างออก ผิวหน้าจะชุ่มชื้นขึ้นและไม่แห้งกร้าน

ส่วนสูตรบำรุงเส้นผมให้ ใช้น้ำองุ่นแดงหรือองุ่นม่วงคั้นสด 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับแชมพู สระผม โดยพักไว้หลังสระประมาณ 5 นาทีแล้วจึงล้างฟองออกให้สะอาด จะช่วยให้เส้นผมนุ่มและเป็น เงางาม
การรับประทาน องุ่นให้ได้ประโยชน์มากที่สุดนั้น ความจริงสามารถรับประทานได้ทั้งเปลือกและเมล็ด อย่างที่บอกว่าสารอาหารที่มีคุณค่านั้นอยู่ที่เปลือก และเมล็ดมากกว่าเนื้อ องุ่นเสียอีก แต่ถ้าอยากรับประทานทั้งเมล็ดให้ง่ายขึ้น อาจจะทำเป็นน้ำองุ่นปั่นสดๆ ดื่มก็ได้ค่ะ


สวยใสด้วยมะละกอ... กินก็ได้ มาส์กหน้าก็ดี

|0 ความคิดเห็น
สวยใสด้วยมะละกอ... กินก็ได้ มาส์กหน้าก็ดี



คน ที่ชอบรับประทานส้มตำรสแซ่บ รู้มั้ยคะว่านี่เป็นอาหารที่นอกจากจะอร่อยถูกปากคนไท ยอย่างเรากันแล้ว ยังได้ประโยชน์ มากมายจากมะละกออีกด้วยค่ะ

เราสามารถนำเอามะละกอมาทำอาหารได้หลายอย่างเลยค่ะ ไม่ใช่เพียงแค่ทำส้มตำเท่านั้น โดยเฉพาะมะละกอดิบนี่ยังเอามา ต้มกะทิ ทำเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือจะใส่ในแกงส้มก็ได้ มีคุณค่าทางอาหารสูงมากค่ะ ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี แร่ธาตุ เหล็กและแคลเซียม ตามตำราสมุนไพรไทยนี่ มะละกอดิบ ยังใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ และช่วยขับปัสสาวะได้อีกด้วย

ส่วนมะละกอสุกก็เป็นผลไม้รสอร่อย มีประโยชน์มากมายเช่นกัน ทั้งยังช่วยย่อยอาหารและเป็นยา ระบายอ่อนๆ ที่ดีเช่นกัน คน ที่รับประทานมะละกอสุกเป็นประจำจึงมักไม่ท้องผูกค่ะ

นอกจากจะรับประทานแล้วดีต่อสุขภาพแล้ว มะละกอยังมีประโยชน์ช่วยในเรื่องการดูแลผิวพรรณด้วยน ะคะ ผลมะละกอสุกนี่ แหละสามารถนำมาใช้ทำเป็นครีมมาส์กหน้า ช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ลดกระฝ้า และช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มขึ้น อยากลอง มาส์กหน้าด้วยมะละกอกันไหมล่ะคะ เรามีสูตรดีๆ มาฝากกันหลายสูตรเลยค่ะ

มาส์กมะละกอล้วน สูตรนี้ใช้ผลมะละกอสุกอย่างเดียวเลยค่ะ มีวิตามินซีและอีสูงมาก จึงช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและ ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม แค่นำเนื้อมะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียด แล้วพอกหน้า โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก ด้วยน้ำอุ่น จะรู้สึกผิวหน้าเต่งตึงและสดชื่นขึ้นเลยค่ะ
มาส์กมะละกอกับข้าวโอ๊ต สูตรนี้ใช้ขัดผิวได้ดีเลยค่ะ โดยใช้มะละกอสุก 1 ผล ผสมกับข้าวโอ๊ต 3 ช้อนโต๊ะ ไข่ขาวดิบ 1 ฟอง และน้ำมะนาว 1 ลูก ปั่นรวมกัน จากนั้นนำมาพอกหน้าโดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
มาส์กมะละกอกับน้ำผึ้ง สูตรนี้ช่วยลดกระฝ้าได้ดี แค่นำมะละกอสุกประมาณ 1 ผล ผสม น้ำผึ้ง ? ถ้วยตวง และอัลมอนด์อีก ? ถ้วยตวง ปั่นรวมกันจนละเอียด จากนั้นนำมาพอกหน้าโดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นค่ะ


คราวนี้หากเมื่อไหร่ที่คุณซื้อมะละกอมาสำหรับรับประท านในครอบครัวแล้ว ก็อย่าลืมซื้อเผื่อไว้สำหรับทำมาส์กหน้าด้วยล่ะ จะ ชวนคนที่คุณรักมาทำด้วยกันก็ได้ รับรองว่าต่อไปนี้คุณจะสวยทั้งจากภายในและภายนอกกันเ ลยทีเดียว

เลือกแปรงสีฟันใหม่อย่างไรดี

|0 ความคิดเห็น
เลือกแปรงสีฟันใหม่อย่างไรดี

ได้เวลาเปลี่ยนแปรงสีฟันอันใหม่แล้ว แต่ที่ร้านมีให้เลือกมากมาย จะหยิบอันไหนดี
แปรงสีฟันเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่มีความจำเป็นมาก ต้องใช้กันประจำทุกวัน ช่วยทำให้ฟันขาวสะอาด ลมหายใจหอมสดชื่น เวลาไปพูดคุยกับใคร ก็จะได้ไม่อายเขา แต่เคยไหมที่ไปยืนเลือกอยู่ตั้งนาน ก็ตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าจะหยิบอันไหน เพื่อสุขภาพปากและฟันที่ดี วันนี้ เดลินิวส์ ออนไลน์ มีสิ่งที่ควรคำนึงถึง ในการเลือกซื้อแปรงสีฟันมาฝากกัน

ไม่มีใครนอกจากตัวเราเองที่สามารถบอกได้ว่า แปรงสีฟันอันไหนเหมาะกับเรามากที่สุด หลักในการเลือกให้ลองใช้ดูจากหลาย ๆ รูปร่าง หลาย ๆ ขนาด ที่วางขายอยู่ตามท้องตลาด แปรงสีฟันที่คุณควรใช้ควรมีด้ามจับที่เหมาะมือเพื่อท ี่จะทำให้คุณแปรงฟันได้อย่างนุ่มนวลและทำมุมได้เหมาะ สม หัวแปรงและปลายขนแปรงควรมีลักษณะมน ถ้าสังเกตจากสลากคือมีคำว่า End Rounded และหัวแปรงต้องมีขนาดพอเหมาะคือความยาวครอบคลุมฟัน 2 ถึง 2 ซี่ครึ่ง เพื่อให้สามารถเข้าไปทำความสะอาดในช่องปากได้อย่างทั ่วถึง อีกประการหนึ่ง ควรเลือกขนแปรงชนิดอ่อนนุ่ม ขนแปรงชนิดที่ทำจากไนลอนสามารถขัดหรือทำความสะอาดฟัน ได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงขนแปรงชนิดแข็ง ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อเหงือกและทำลายสารเคลือบฟันได้ และอายุการใช้งานควรจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือน ไม่ควรรอให้ขนแปรงเปลี่ยนรูป เพราะแม้ขนแปรงยังรูปร่างดีอยู่ แต่วัสดุที่ใช้ทำก็อาจเสื่อมสภาพไปแล้ว.

ใบแปะก๊วย เสริมความจำ บำรุงสมอง จริงหรือ?

|0 ความคิดเห็น
ใบแปะก๊วย เสริมความจำ บำรุงสมอง จริงหรือ?


ใบแปะก๊วย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

อีกหนึ่งสมุนไพรที่คนกำลังกล่าวถึงกันมากในขณะนี้ก็ค ือ "ใบแปะก๊วย" ซึ่ง เป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดจากทางตะวันออกของประเท ศจีน และเชื่อกันว่า มีสรรพคุณบำรุงสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อมได้ เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ วันนี้กระปุกดอทคอม จะพาคนรักสุขภาพ ไปไขข้อข้องใจกันค่ะ

สำหรับ "แปะก๊วย" (Ginkgo biloba : กิงโกะ บิโลบา) จะเรียกว่าเป็นพืชโบราณก็ว่าได้ เพราะถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 270 ล้านปีก่อน ในสมัยเดียวกับไดโนเสาร์ โดยคำภาษาจีน ออกเสียงว่า "หยินซิ่ง" ซึ่งแปลว่า ลูกไม้สีเงิน ต่อมาได้มีผู้นำ "แปะก๊วย" เข้าไปปลูกในประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า "อิโจว" หรือ "คินนัน" ซึ่งมีความหมายไม่แตกต่างกับประเทศจีน

ทั้งนี้เมื่อพูดถึง "แปะก๊วย" คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักเม็ดสีเหลือง ๆ ที่ใช้เป็นส่วนผสมของขนมหวานหลาย ๆ ชนิด ไม่ว่าจะเป็นบะจ่าง แปะก๊วยนมสด แปะก๊วยต้มน้ำตาล ฯลฯ มากกว่า "ใบแปะก๊วย" ซึ่งมีหลายคนบอกว่า จริง ๆ แล้ว "ใบแปะก๊วย" นี่แหละที่มีประโยชน์มากกว่าผลแปะก๊วยเสียอีก



ว่าแล้วเรามารู้จัก "ใบแปะก๊วย" กันเลยดีกว่า

"ใบแปะก๊วย" มีลักษณะเป็นใบสีเขียวแยกเป็น 2 กลีบ คล้ายใบพัด มีลักษณะพิเศษคือจะผลัดใบไม่พร้อมกันทุกต้น แต่เมื่อผลัดใบแล้ว ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้วร่วงจากต้นภายในไม่กี่วั น ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ครั้งแรก ตั้งแต่ปี ค.ศ.1436 หรือเมื่อประมาณเกือบ 600 ปีที่แล้ว ในสมัยราชวงศ์หมิง ประเทศจีน ปัจจุบัน ใบแปะก๊วย เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งในเอเชีย ยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา เพราะเชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ

ทั้ง นี้ หากนำใบแปะก๊วยไปสกัดด้วยตัวทำละลาย จะได้สารสกัดไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) มีฤทธิ์้ต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ และยังมีสรรพคุณช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานขึ้นตา ป้องกันการเกิดแผลเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวาน

ส่วนผู้ป่วยโรคหอบหืด หากรับประทาน "ใบแปะก๊วย" ก็สามารถป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อหลอดลมได้ หรือใครที่มีอาการปวดขา การทาน "ใบแปะก๊วย" ก็ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังประสาทมือและ เท้า ลดอาการปวดต่าง ๆ ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ในปี ค.ศ.1996 มีการทดลองพบว่า "ใบแปะก๊วย" สามารถช่วยป้องกันอาการผิดปกติของการหายใจขณะขึ้นสู่ ที่สูง (Asthma & Acute Mountain Sickness : AMS) ได้ รวมทั้งกำลังมีการศึกษาว่า "ใบแปะก๊วย" อาจมีสรรพคุณลดภาวะอาการหูอื้อลงได้ด้วย



ขณะที่การโฆษณาสรรพคุณของใบแปะก๊วยส่วนใหญ่ จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของประสิทธิภาพในการเพิ่มความจ ำ และบำรุงสมอง หลังจากเคยมีการวิจัยทางคลินิกบางแห่งพบว่า การสกัดใบแปะก๊วยนอกจากจะได้สารไบโอฟลาโวนอยด์แล้ว ยังจะได้สารไบโลบาไลด์ (Bilobalides) และกิงโกไลด์ (Ginkgolides) ซึ่งเชื่อกันว่า มีผลต่อความจำ และบำบัดอาการสมองเสื่อม เพราะสารทั้งสองตัวนี้ จะไปเพิ่มการหมุนเวียนโลหิตที่สมอง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น จึงช่วยเรื่องความจำได้ดี โดยเฉพาะในผู้สูงอายุอาจจะสามารถป้องกันโรคความจำเสื ่อม สมองฝ่อ อาการขี้หลงขี้ลืม วิงเวียนหน้ามืด โรคซึมเศร้าได้ด้วย

อย่าง ไรก็ตาม การวิจัยทางคลินิกหลายแห่งก็ยังไม่ได้สนับสนุนถึงสรร พคุณด้านนี้อย่างแน่ชัด โดยมีงานวิจัยบางแห่งกลับเห็นตรงกันข้ามว่า "ใบแปะก๊วย" อาจไม่มีความสามารถในการป้องกันอาการอัลไซเมอร์ หรือเพิ่มประสิทธิภาพความจำได้ ขณะที่งานวิจัยที่ระบุว่า "ใบแปะก๊วย" ให้ผลดีต่อสมอง ก็ยังมีข้อมูลไม่มากนัก ฉะนั้นแล้ว จึงยังไม่มีสถาบันใดออกมายืนยันชัดเจนถึงสรรพคุณข้อน ี้ของ "ใบแปะก๊วย" จึงคงต้องรอการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมให้ได้ข้อมูลมากกว ่านี้ต่อไป

แต่ถึงแม้สรรพคุณของ "ใบแปะก๊วย" ในด้านการบำรุงสมองจะยังไม่แน่ชัด แต่เราก็เห็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใบแปะก๊วย ใบแปะก๊วยแคปซูล วางขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาดในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งในทวีปยุโรปเอง โดยเฉพาะในประเทศเยอรมัน การจะรับประทาน "ใบแปะก๊วย" ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น

เช่นเดียวกับที่ประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ระบุข้อกำหนดในการใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วย ไว้ด้วยดังนี้

1.ในการใช้สารสกัดแปะก๊วยเป็นยาแผนปัจจุบัน จะต้องมีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ที่เป็นโรคเลือดไปเลี้ยงส มองไม่เพียงพอ การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ รวมทั้งโรคของหลอดเลือดในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหนังผิดปกติ โดยให้รับประทาน 40 มิลลิกรัม วันละ 3-4 เม็ด

ทั้งนี้ สารสกัดจากใบแปะก๊วยจัดเป็นยาอันตราย ต้องขายเฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบัน และไม่ให้มีโฆษณาสรรพคุณต่อสาธารณะ

2.ในการใช้สารสกัดแปะก๊วยเป็นยาแผนโบราณ ให้ขึ้นทะเบียนในลักษณะผสมกับสมุนไพรตัวอื่น ๆ ว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกาย และอนุญาตสรรพคุณของตำรับเป็นยาบำรุงร่างกาย

3.ในการใช้สารสกัดแปะก๊วย เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม จะต้องได้รับใบสำคัญการใช้ฉลากอาหาร โดยอนุญาตเฉพาะที่มีขนาดรับประทานไม่เกินวันละ 120 มิลลิกรัม และจะต้องไม่ระบุสรรพคุณใด ๆ ในการบำบัดรักษาโรคเลย



อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อแนะนำไม่ให้ใช้ "ใบแปะก๊วย" กับคน 3 กลุ่ม คือ

1.ผู้ที่ใช้สารป้องกันการเกิดลิ่มเลือด (Anti-coaggulant) เช่น ยา Warfarin , แอสไพริน , อิบูโพรเฟน และผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากใบแปะก๊วย มีผลทำให้เกิดเลือดออกตามร่างกายได้

2.ผู้ป่วยที่ความดันสูง หรือความดันต่ำกว่าปกติ หรือใช้ยาอยู่ เพราะใบแปะก๊วยจะไปทำให้หลอดเลือดขยาย และลดความดันลง ซึ่งจะยิ่งทำให้ความดันต่ำลงมากเกินไปได้

3.สตรีมีครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

นอกจากนี้ ในบางคนหากทานใบแปะก๊วยมากเกินไป อาจได้รับผลข้างเคียง เช่น มีอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน กระสับกระส่าย ปั่นป่วนในระบบทางเดินอาหาร ระบบหายใจผิดปกติและหลอดเลือดผิดปกติ ผิวหนังมีอาการแพ้ เป็นต้น ซึ่งหากใครมีอาการลักษณะที่กล่าวมา ควรหยุดทานทันที

กินชะลอความชรา

|0 ความคิดเห็น
กินชะลอความชรา



กินชะลอความชรา (momypedia)

โดย: เต่าน้อย

ไม่ มีใครอยากแก่.. เต่าน้อยมั่นใจกับคำนี้มาก เพราะไม่มีหน้าไหนกล้าจะบอกว่า "โอ้ย..เมื่อไหร่ฉันจะแก่สักที อยู่ในโลกมาหลายปีไม่มีริ้วรอย เบื่อจริง ๆ" หรือ "ใครก็ได้ช่วยทำให้ฉันมีหงอกขึ้นทีเถอะ ได้โปรด.." (น้าน..ก็เว่อร์ไป) แล้วจะทำอย่างไรให้ไม่แก่ก็ไม่ได้ เราต้องร่วงโรยไปตามกาลเวลา แต่จะทำอย่างไรให้แก่ช้านั้นมันขึ้นอยู่กับเราค่ะ งั้นเรามากินเพื่อชะลอความชราที่กำลังจะมากันดีกว่าน ะคะ

1. ปลา ควรเป็นอาหารมื้อหลัก ยิ่งเป็นปลาทะเลน้ำลึกยิ่งดีค่ะ

2. กระเทียม มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก แต่ถ้าใครยี้กระเทียม เดี๋ยวนี้มีทั้งกระเทียมสกัดเป็นแคปซูล และแบบเม็ดให้เลือกกันค่ะ

3. ชา ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาอูล่ง ก็มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพียงแค่ดื่มชาเขียวให้ได้วันละ 4 ถ้วยก็ใช้ได้แล้วค่ะ

4. ผักและผลไม้ ควรสรรหามากินให้ครบทุกมื้อ เพราะนอกจากจะมีวิตามินสูงแล้วก็มีสารต้านอนุมูลอิสร ะอีกเช่นกันค่ะ

5. ถั่วต่าง ๆ หรืออาหารที่ทำจากถั่ว เช่น เต้าหู้ ล้วนแล้วแต่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และดีกับวัยหมดประจำเดือนอีกด้วยค่ะ


มีสิ่งที่ควรกินก็ต้องมีสิ่งที่ควรเลี่ยงด้วยนะคะ

- เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ หากดื่มมาก ๆ มันจะไปทำลายทุกระบบของร่ายกายค่ะ

- ไขมันอิ่มตัว ไม่มีประโยชน์แน่ค่ะ แต่สำหรับคนที่ชอบกินพึงระวังไว้ว่า ทุกคำที่กินคือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและโรคร้ายที่จะตา มมา

- เนื้อสัตว์ เลือกกินที่ปรุงโดยการต้ม ตุ๋น และไม่กินส่วนที่เป็นมัน หรือถ้างดได้ก็งดไปเลยค่ะ



วิธีเป่าผมที่เปียกให้แห้งเร็วกว่าปกติ….เคล็ดลับจาก ญี่ปุ่น

|0 ความคิดเห็น
วิธีเป่าผมที่เปียกให้แห้งเร็วกว่าปกติ….เคล็ดลับจาก ญี่ปุ่น



4 วิธีใช้ก๊าชหุงต้มให้ถูกต้องและปลอดภัย

|0 ความคิดเห็น
4 วิธีใช้ก๊าชหุงต้มให้ถูกต้องและปลอดภัย


4 วิธีใช้ก๊าซหุงต้มให้ถูกต้องและปลอดภัย (Woman's Story)


คุณแม่บ้าน หรือสาว ๆ ยุคใหม่เมื่อต้องเข้าครัวทำอาหาร แน่นอนว่าส่งที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นก๊าซหุงต้ม เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำอาหารในแต่ละวัน ซึ่งต้องมีความระมัดระวัง ถึงจะปลอดภัย อย่าทำแบบสุ่มสี่สุ่มห้าและจะปลอดภัยมากขึ้นถ้าทำตาม ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง ดังต่อไปนี้ค่ะ

การเลือกถังก๊าซ

ให้เลือกใช้ถังก๊าซที่มีเครื่องหมายของผู้ผลิต และมีตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) มีการผนึกวาวหัวก๊าซ และมีการระบุวันเดือนปีของการตรวจครั้งล่าสุดไม่เกิด 5 ปี สภาพภายนอกต้องสมบูรณ์ ไม่มีรอยบุบ บวม หรือเป็นสนิม

การติดตั้งถังก๊าซ

ควรวางถังก๊าซบนพื้นที่ราบและแข็งแรง ไม่เอียงหรือล้ม ควรติดตั้งเตาก๊าซหุงต้มห่างจากถังก๊าซประมาณ 1.5 - 2 เมตร ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก อยู่ในบริเวณที่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว ไม่กีดขวางทางเข้าออก ห้ามกลิ้งหรือกระแทกถังก๊าซ เพราะแรง กระแทกอาจทำให้ถังก๊าซระเบิดได้ ไม่ควรตั้งถังก๊าซในห้องใต้ดินหรือพื้นที่ที่ต่ำกว่า ระดับพื้นดิน ส่วนท่อส่งก๊าซควรใช้สายยางชนิดหนาที่ใช้สำหรับก๊าซเ ท่านั้น ตลอดจนไม่ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจก่อให้ เกิดประกายไฟไว้ใกล้ถัง ก๊าซอีกด้วย

การใช้ก๊าซหุงต้ม

ก่อนใช้ให้เปิดวาวล์ก่อน และถ้าเป็นวาวล์แบบหมุนที่หัวเตา ไม่ควรหมุนเกิน 2 รอบ แต่ถ้าเป็นแบบหัวจุดอัตโนมัติ ให้จุดไฟที่เตาก่อนค่อยเปิดวาวล์ที่หัวเตา หากไม่ติดไม่ควรไม่ควรเปิดติดต่อกันหลายครั้ง เพราะจะทำให้ก๊าซสะสม และเกิดอันตรายได้ และหลังจากใช้งานทุกครั้ง ต้องปิดวาวล์ทุกครั้งด้วย โดยปิดที่วาวล์ที่ถังก๊าซหุงต้มก่อน รอจนไฟดับแล้วค่อยปิดวาวล์ที่หัวเตา

การตรวจสอบรอยรั่วบนถังก๊าซ

ง่าย ๆ โดยใช้น้ำสบู่ลูบตามจุดต่าง ๆ บริเวณวาล์วก๊าซ แกนลูกบิดที่ใช้ เปิด - ปิด เตาก๊าซ และที่สายท่อก๊าซ หากมีฟองสบู่ผุดขึ้นมาแสดงว่าก๊าซรั่ว จากนั้นแก้ไขด้วยการปิดวาวล์ถังก๊าชให้สนิท ยกถังออกไปไว้ที่โล่งซึ่งไม่เสี่ยงต่อการเกิดประกายไ ฟ แล้วพลิกถังให้จุดที่รั่วขึ้น ลดการรั่วของก๊าช และเรียกผู้เชี่ยวชาญ หรือร้านค้ามาช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วน

หากปฏิบัติอย่างถูกวิธีแบบเคร่งครัดหน่อย ก็สบายใจได้หายห่วง แต่ก็อย่าชะล้าใจไปนะคะ มั่นตรวจดูความเรียบร้อยของถังก๊าซอยู่เสมอ อย่าได้ประมาทค่ะ


สุดยอดอาหารป้องกันโรค

|0 ความคิดเห็น
สุดยอดอาหารป้องกันโรค




สุดยอดอาหารป้องกันโรค (Lisa)
You are what you eat กินอย่างก็ได้ (สุขภาพ) อย่างนั้น ประโยคนี้ยังใช้ได้ผลเสมอ โดยเฉพาะในยุคนี้ที่มีอาหารปรุงแต่งมากมาย แต่ถึงอย่างไรก็คงสู้อาหารธรรมชาติไม่ได้ หากเราสังเกตสุขภาพตัวเอง และคนใกล้ตัวให้ดีก็จะรู้ว่า อาหารมีผลต่อสุขภาพจริง ๆ

เช่น คนที่รับประทานแต่พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด หรืออาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำ มักจะเจ็บป่วยบ่อย แต่ถ้าใครที่รับประทานผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และปลาอย่างสม่ำเสมอ โดยมีความสมดุลกัน ก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ดังนั้น ดร.เพเตอร์ ชไลเชอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากเยอรมัน จึงได้จัดลำดับอาหารที่มีประโยชน์ที่สุดต่ออวัยวะต่า ง ๆ ในร่างกายดังนี้

ดวงตา

สับปะรด : มีเอนไซม์มากมายที่จะช่วยผ่อนคลายสายตา หลังจากนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน

โรสแมริน : ช่วยทำความสะอาด และช่วยให้เลือดไหลเวียนดีที่ดวงตา

เก๋ากี้ : มีกรดอะมิโน 18 ชนิด และมีแร่ธาตุสำคัญ ๆ เช่น สังกะสี เหล็ก ทองแดง แคลเซียม เจอร์มาเนียม ซีลีเนียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ ยังมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์มากมาย มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสายตา กล่อมประสาทให้หลับสบาย ช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย สายตาไม่ดี โดยเฉพาะสายตาบอดในเวลากลางคืน ฯลฯ


สมอง

ถั่ว Linsen : มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และเลซิติน ให้พลังงานแก่เซลล์สมอง ถั่วลินเซ็นมีขายตามร้านขายอาหารอินเดีย และเป็นอาหารที่ชาวเยอรมันและชาวสวิตเซอร์แลนด์นิยมน ำมาทำซุปรับประทานกัน

สัตว์ปีก : ให้พลังงานแก่การทำงานของสมอง

ข้าวโอ๊ต : ให้พลังงานสูงที่สุดสำหรับสมอง นอกจากนี้ ยังมีกรดฟีนอลที่จะช่วยให้เรื่องของความทรงจำที่ดีอี กด้วย

อะโวคาโด : มีวิตามินบีสูง เหมาะสำหรับคนที่มีความเครียด นอนไม่หลับ หรือจิตใจว้าวุ่น

กล้วย : มีฮอร์โมนสำหรับเส้นประสาทในสมอง มีน้ำตาลกลูโคส วิตามิน และเกลือแร่ในการให้พลังงานแก่สมอง

แอพริคอต : มีแร่ธาตุจำเป็นหลากหลายชนิดที่เหมาะกับสมอง

ลูกเกด : มีน้ำตาลที่ให้พลังงานสูง 75%

ลูกแพร : ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี มีน้ำตาล และสารที่คล้ายคลึงกับฮอร์โมนซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้สม องทำงานอย่างกระปรี้กระเปร่า

ถั่วลันเตา : มีโปรตีนสูงที่ช่วยในเรื่องความจำ และช่วยให้มีสมาธิดี

สลัดเขียว : มีสารที่คล้ายกับยาชนิดหนึ่งซึ่งจะช่วยให้ระบบประสาท มีความสงบ


ผมและผิว

หัวหอมใหญ่ : มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่จะช่วยให้ฟัน กระดูก และเล็บแข็งแรง

ยอดถั่ว : ช่วยทำความสะอาดร่างกาย และช่วยให้รูขุมขนกระชับ


หัวใจ

ผักกาดขาว : มีโพแทสเซียมและธาตุเหล็กสูง ซึ่งมีประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด

บร็อกโคลี่ : ช่วยป้องกันโรคผนังของหลอดเลือดแดงหนาตัว และโรคหัวใจ

แครอต : มีกรดโฟลิกและไบโอฟลาโวนอยด์ที่จะช่วยป้องกันโรหัวใจ

ปลา : มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งจะช่วยป้องกันการอักเสบและการตกตะกอนของระบบหลอด เลือด

หัวหอมใหญ่ : มีฟลาโวนอยด์ Quercetin และ Sulfite ที่จะช่วยลดความดันโลหิตและช่วยให้หัวใจ และหลอดเลือดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

กระเทียม : ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี มีสาร Allicin ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต

หน่อไม้ฝรั่ง : มีสาร Electrolytes ที่จะช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดี ช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานดี

น้ำมันมะกอก : ให้พลังงานล้วน ๆ ช่วยลดคอเลสเตอรอล และช่วยยับยั้งการอักเสบ

ฟักทอง : มีสาร Electrolytes สูง ซึ่งจะช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

มันฝรั่ง : ช่วยป้องกันโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ อัมพาต ช่วยขจัดน้ำและช่วยส่งวิตามินซีให้แก่ระบบหลอดเลือด

พริกหวาน : มีสารแคปไซซิน และไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

มะเขือเทศ : ช่วยขจัดน้ำและช่วยลดความดันโลหิต

แอบเปิ้ล : มีสารไบโอและน้ำมันหอมระเหย 300 ชนิดที่จะช่วยป้องกันระบบหลอดเลือดทั้งหมด

ลูกแพร : มีวิตามินและแร่ธาตุจำเป้นสูง ซึ่งจะช่วยให้ระบบเลือดลมคงที่

เห็ดหอม : ช่วยลดคอเลสเตอรอล

ข้าวโอ๊ต : ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดจึงมีประโยชน์สำหรับหัวใจและห ลอดเลือด

ข้าวโพด : มีวิตามินดี ละวิตามินเค ซึ่งจะช่วยให้เลือดที่ข้นมีความสมดุล

ถั่วเหลือง : มีโปรตีน 40% ไขมัน 19% ไม่มีคอเลสเตอรอลและมีกรดไขมันซึ่งสามารถช่วยให้อายุ ยืน


กระดูก
กะหล่ำเขียว : มีวิตามินบี (วิตามินที่สำคัญสำหรับผู้หญิง) ซึ่งข่วยในการป้องกันโรคกระดูกพรุน


ตับ
น้ำหัวไช้เท้า : ช่วยกระตุ้นน้ำดี

ยีสต์ในเบียร์ : มีวิตามินบีที่สำคัญ มีสาร Choline และ Inosit ที่ช่วยขจัดไขมัน และช่วยขจัดสารพิษในตับ

นม : มีแคลเซียมและโปรตีนที่จะช่วยให้ตับมีแรงต้านโรค

เนื้อกระต่าย : ช่วยขจัดไขมันในตับ

เนื้อวัว และลูกเนื้อวัว : มีวิตามินบี และเหล็ก มีโปรตีนสูงซึ่งมีความสำคัญสำหรับการสร้างเลือด


ไต

บีตรูต : ช่วยกระตุ้นในการหายใจของเซลล์ และช่วยฟื้นฟูฟิลเตอร์ของไตในการกรองของเสีย

แตงกวา : มีน้ำ Electrolytes สูง ซึ่งช่วยชะล้างไต

หัวไช้เท้า : มีสาร Senforlr ที่จะช่วยป้องกันการอักเสบ

ขึ้นฉ่าย : มีสาร Psoralens ที่จะช่วยป้องกันไตจากไวรัส

กะหล่ำปลีดอง : ช่วยขจัดสารพิษ


ลำไส้
มะม่วง : มีวิตามินเอ Lycopene และ Flavone ซึ่งจะช่วยปกป้องเยื่อบุลำไส้

ถั่วเหลือง : มีซีลีเนียมและกรดโฟลิกที่จะช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้

ผักตระกูลกะหล่ำ : ช่วยทำความสะอาดลำไส้ และป้องกันมะเร็ง

แม้ ว่าอาหารดีมีประโยชน์ต่าง ๆ ควรค่าแก่การรับประทาน แต่ก็ควรรับประทานให้สมดุล มีความหลากหลาย ไม่รับประทานชนิดเดียวซ้ำซากในปริมาณมาก ๆ ควรเดินทางสายกลางจะดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณเองค่ะ


เปลือกส้ม รักษาสิวได้

|0 ความคิดเห็น
เปลือกส้ม รักษาสิวได้

ทุกคนรู้กันดีว่าส้มเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี แต่มีใครรู้หรือเปล่าว่าเปลือกส้มมีประโยชน์กับคนที่ เป็นสิวเหมือนกัน
ก่อนที่จะบอกถึงวิธีการใช้เปลือกส้มรักษาสิว เราขอบอกถึงประโยชน์ของเปลือกส้มว่ามีอะไรบ้าง
ส้มเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี เปลือกส้มก็เป็นแหล่งเก็บวิตามินซีเช่นเดียวกับผลส้ม ที่เรากินเข้าไป ที่นี้ถ้าใครชอบกินส้มอย่าทิ้งเปลือกส้มเพราะมีประโย ชน์กับผิวเราเช่นกัน
อย่างที่เรารู้กันวิตามินซีเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยกระตุ ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวที่ไม่เรียบจากแผลเป็นที่เกิดจากสิวดีขึ้นได ้ สามารถลดอาการบวมจากสิว ช่วยให้อาการสิวดีขึ้น โดยการเพิ่มภูมิต้านทานให้กับผิวในการต่อสู้กับเชื้อ แบคทีเรีย กระตุ้นให้เหงื่อบริเวณนั้นออกมามากขึ้นทำให้เพิ่มปร ะสิทธิภาพในการขับสาร พิษจากรูขุมขน กระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง ลดการเก็บของเสียที่ผิวเรา
วิธีการ
การรักษาสิวแบบทำเองโดยใช้เปลือกส้มนั้นเป็นวิธีการท ี่ให้ผลดีและง่ายมาก โดยนำเปลือกส้มมาตำหรือทุบให้มีน้ำซึมออกมาจากเปลือก ส้ม แล้วนำเปลือกส้มพร้อมกับน้ำที่ซึมออกมาแปะไว้บริเวณท ี่เป็นสิวประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก
Reference
- Jurgita.com
- Cureforacne.

กินถั่ววอลนัตเพื่อสุขภาพ

|0 ความคิดเห็น
กินถั่ววอลนัตเพื่อสุขภาพ


ด้วยความสามารถต้านอนุมูลอิสระ ถั่ววอลนัตจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง


ผลวิจัยล่าสุดจากประเทศสหรัฐอเมริกาเผยว่า ถั่ววอลนัตมีความสามารถต้านสารอนุมูลอิสระที่ทำให้เซ ลล์ร่างกายเสื่อมและ เป็นสาเหตุของโรคร้ายต่างๆ ได้มากกว่าถั่วชนิดอื่นๆ
ในถั่ววอลนัตประกอบไปด้วยสาร polyphenol จำนวนมาก อันเป็นสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยป้องกันไ ม่ให้สารอนุมูลอิสระทำ ร้ายเซลล์ต่างๆ อย่างรุนแรง โดยถั่ววอลนัตมีสาร poly-phenol มากกว่าถั่วชนิดอื่นๆ เช่น อัลมอนด์, ถั่วลิสง, พิสตาชิโอ, แมคคาเดเมีย, ฯลฯ ถึง 2 เท่า


นอกจากนี้ถั่ววอลนัตยังประกอบไปด้วยโปรตีน, ไฟเบอร์, วิตามินต่างๆ ซึ่งนักค้นคว้ากล่าวว่า จะเป็นการดีหากเรารับประทานถั่ววอลนัต 7 ลูกต่อวัน


ผลวิจัยก่อนหน้านี้ยังชี้ให้เห็นถึงความสามารถของถั่ ววอลนัต ที่ช่วยเพิ่มความสามารถของสมองจากการต้านสารอนุมูลอิ สระไม่ให้ทำลายเซลล์ สมอง และจากการทดสอบกับหนูทดลองพบว่าถั่ววอลนัตยังช่วยชะล อความชราของร่างกายลง ได้ 2%